ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเรื่องอะไรที่ตัวเองสนใจหรืออยากรู้มากขนาดที่จะดู/ฟัง/อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบ คุณจะทำอย่างไรดี?
 
ผมแนะนำให้คุณเลือกหาอะไรก็ได้ที่ง่ายๆมาดู/ฟัง/อ่านแทน (หนังสืออย่าง Penguin Reader และ CD ประกอบหนังสือเรียนเช่น Let’s go ที่มีการแบ่งเป็นหลายๆ Level จะช่วยคุณในเรื่องนี้ได้มากเลยทีเดียว) ถามว่าสิ่งที่เลือกมามันต้องง่ายขนาดไหน? คำตอบคือมันต้องง่ายขนาดที่คุณสามารถเข้าใจมันด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมได้ไม่ต่ำกว่า 75% แต่ไม่เกิน 90% ถ้าคุณเข้าใจมันน้อยกว่า 75% มันจะยากเกินไปสำหรับคุณ คุณจะไม่รู้เรื่องและหมดกำลังใจได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณเข้าใจมันได้มากกว่า 90% มันก็จะง่ายเกินไปสำหรับคุณ คุณจะรู้สึกเบื่อและที่สำคัญ มันไม่ได้ช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณให้ก้าวหน้าเท่าไหร่นัก สำหรับแนวทางนี้ คุณไม่ต้องดู/ฟัง/อ่านเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง (เพราะแค่ครั้งเดียว คุณก็น่าจะเข้าใจเนื้อหาได้เยอะแล้ว ยิ่งถ้าคุณใช้พจนานุกรมช่วยด้วยล่ะก็ คุณก็คงจะเข้าใจเนื้อหาได้ 100% โดยไม่ยาก) แต่คุณจำเป็นต้องดู/ฟัง/อ่านหลายๆเรื่อง

ถ้าหากคุณเลือกที่จะฝึกภาษาอังกฤษตามแนวทางนี้ 2 สิ่งที่คุณต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอก็คือ

(1) คุณต้องฝึกทุกวัน งานวิจัยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการฝึกวันละครึ่งชั่วโมงเป็นเวลา 5 วันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฝึกวันเดียว 3 ชั่วโมง เพราะคนที่ฝึกทุกวันจะไม่ค่อย “ลืม” เมื่อเทียบกับคนที่นานๆทีฝึกที

(2) คุณต้องฝึกไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดเด็ดขาด จนกว่าคุณจะดู/ฟัง/อ่านภาษาอังกฤษครบ 1 ล้านคำ นี่เท่ากับว่า ถ้าคุณฝึกวันละ 5 พันกว่าคำ คุณต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงจะ “เมพขิงๆ” ถามว่าทำไมต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดกลางคัน? ก็เพราะการฝึกภาษาอังกฤษให้ “เมพขิงๆ” มันก็คล้ายๆกับการต้มน้ำให้ “เดือด” น่ะครับ คุณต้องคอยเพิ่มความร้อนอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดเด็ดขาด จนกระทั่งมันถึง 100 องศาเซลเซียสเท่านั้น น้ำจึงจะ “เดือด” ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากคุณเพิ่มความร้อนมาเรื่อยๆจนกระทั่งมันถึง 90 องศาเซลเซียส แต่คุณดันหยุดขึ้นมา อุณหภูมิของน้ำจะลดลงทันที ถ้าคุณอยากจะต้มน้ำใหม่ คุณก็จะต้องเริ่มต้นกันใหม่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียส (จะต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียสมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณ “ทิ้งช่วง” นานแค่ไหน)

ถ้าหากคุณฝึกภาษาอังกฤษตามแนวทางนี้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดจนกว่าคุณจะฝึกได้ครบ 1 ล้านคำล่ะก็ ผมการันตีได้เลยครับว่าคุณจะกลายเป็นสาวกคนหนึ่งของคุณ Andrew Biggs ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว” แน่นอนครับ

Comment

Comment:

Tweet