เน้น Grammar บ้าท่องศัพท์

posted on 26 Dec 2013 10:19 by bits-of-english directory Knowledge, Idea

ผมไม่รู้ว่าจะมีคนเห็นด้วยกับผมหรือเปล่านะครับ แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่ทั้งไม่เห็นด้วยและรู้สึกงุนงงกับแนวทางการสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ที่ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่าการเอาแต่เน้น Grammar บ้าท่องศัพท์เป็นวิธีการเรียนภาษาที่ผมมองว่าน่าเบื่อและไร้ประสิทธิภาพมากๆ ส่วนที่ผมรู้สึกงุนงงก็คือ ทั้งๆที่มีหลักฐานอยู่ชัดเจนว่าการเรียนแบบเน้น Grammar บ้าท่องศัพท์เป็นแนวทางการเรียนภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ผล (วิธีการวัดว่าได้ผลหรือไม่ก็ไม่ยาก เอาง่ายๆเลยนะครับ คุณรู้จักคนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษสไตล์ไทยๆสักกี่คนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทั้งพูดและเขียนได้อย่างประสิทธิภาพบ้าง?) แต่ประเทศไทยเราก็ยังคงไม่ยอมเปลี่ยนวิธีเรียน/สอนภาษาอังกฤษสักที 

ทีนี้ ถ้าไม่เรียนภาษาอังกฤษแบบเน้น Grammar บ้าท่องศัพท์ เราควรจะเรียนกันแบบไหนดี? โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าวิธีการที่ทำให้เราสามารถพูด/เขียนภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วคงหนีไม่พ้นการฟังและอ่านภาษาอังกฤษให้มาก แต่ไม่ใช่ว่าเราจะฟังหรืออ่านอะไรก็ได้นะครับ ผมเห็นคนจำนวนมากที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษยังไม่แน่น แต่ดันไปเริ่มต้นฟังอะไรโหดๆอย่างข่าว BBC ซะอย่างนั้น การทำแบบนี้ผมว่ามันข้ามขั้นไปนิดนึง (โอเค จริงๆก็ข้ามขั้นไปเยอะแหละครับ) การฝึกฝนมันต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ เริ่มต้นจากอะไรที่มันง่ายๆจนเราสามารถเข้าใจได้สัก 70-80% ก่อน มันอาจจะเป็น CD นิทาน Lion King หรือหนังสือ Penguin Reader Level 1 ก็ได้ อะไรก็ได้แหละครับ ขอแค่มันง่ายและน่าสนใจในสายตาของคุณก็พอแล้ว จากนั้นก็ฟัง/อ่านไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะเข้าใจมันได้สักประมาณ 90% เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าใจสิ่งที่คุณฟัง/อ่านได้มากขนาดนั้น นั่นแสดงว่าถึงเวลาที่คุณต้องเลือกอะไรที่ยากขึ้นมาฟัง/อ่านแล้ว

ที่ผมกล่าวมานี้คือวิธีการฟังภาษาอังกฤษที่ผมนำมาใช้กับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่าผมไม่ได้มีพ่อแม่เป็นฝรั่ง ไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ ไม่เคยเรียนต่างประเทศ และไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล ผมไม่มีอะไรพิเศษที่เป็นข้อได้เปรียบเหนือคนไทยทั่วไปเลย แต่ภายใน 2 ปีหลังจากที่ผมฝึกภาษาอังกฤษตามแนวทางข้างต้น (ในช่วง 2 ปีนั้น ผมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 6400 หน้า A4 และฟัง CD ภาษาอังกฤษสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง) ภาษาอังกฤษของผมพัฒนาขึ้นมาก มากจนกระทั่งวิชาภาษาอังกฤษกลายเป็นวิชาฟรีสำหรับผมไปเลย ไม่ว่าข้อสอบหรืองานที่ครูมอบหมายมาให้มันจะมาแนวไหน ตั้งแต่การทดสอบคำศัพท์ (คนที่อ่านเยอะมักจะได้คำศัพท์เยอะอยู่แล้ว) การทดสอบ Grammar (ถึงผมจะไม่สนใจ Grammar แต่เนื่องจากหนังสือภาษาอังกฤษที่ผมอ่านมันเขียนถูก Grammar หมด ผมจึงซึมซับ Grammar เข้าไปในหัวโดยปริยาย) การนำเสนองานหน้าห้องเป็นภาษาอังกฤษ (การที่ผมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเยอะทำให้ผมสามารถคิดเรียบเรียงคำพูดเป็นภาษาอังกฤษในหัวได้ ในขณะที่การฟังภาษาอังกฤษเยอะทำให้สำเนียงของผมดี) หรือแม้แต่การเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษ (คนที่อ่านภาษาอังกฤษเยอะย่อมไม่มีปัญหาเวลาที่ต้องมาเขียน) ผมก็สามารถทำมันได้หมดโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

อย่ามัวแต่เสียเวลาไปกับการจำ Grammar บ้าท่องศัพท์เลยครับ หาอะไรสนุกๆมาฟัง/อ่านกันดีกว่า นอกจากแนวทางนี้จะสนุกกว่าแล้ว มันยังเป็นแนวทางการฝึกภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพมากกว่าอีกด้วย

Comment

Comment:

Tweet

หนังสือภาษาอังกฤษหมดทั้งเล่ม หรือว่าอังกฤษแล้วมีแปลไทยคะ เวลาอ่านแล้วไม่รู้คำศัพท์บางตัว ต้องเปิดหา ลำบากค่ะ == หมดความรู้สึกอยากอ่านเลยsad smile

#4 By (49.230.169.192|49.230.169.192) on 2015-02-10 11:38

หนังสือภาษาอังกฤษหมดทั้งเล่ม หรือว่าอังกฤษแล้วมีแปลไทยคะ เวลาอ่านแล้วไม่รู้คำศัพท์บางตัว ต้องเปิดหา ลำบากค่ะ == หมดความรู้สึกอยากอ่านเลยsad smile

#3 By (49.230.169.192|49.230.169.192) on 2015-02-10 11:38

@thisissome ถ้าจะมีปัญหาเรื่องฟังไม่ออก ผมมองว่าสาเหตุหลักๆคงจะมีอยู่ 2 ประการ (1) เราฟังสิ่งที่ยากและเร็วเกินไป (2) เรากระโดดไปกระโดดมา เดี๋ยวๆก็ฟังสำเนียง UK เดี๋ยวๆก็ US เดี๋ยวๆก็ Indian 
ทางแก้ของแต่ละสาเหตุข้างต้นมีดังนี้
สำหรับสาเหตุแรก อันนี้ตรงไปตรงมาเลยครับ คุณต้องเลือกฟังอะไรก็ตามที่ช้าและใช้คำศัพท์ที่คุณรู้จัก เริ่มจากนิทานของเด็กๆและหนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก (เช่น Let's go เป็นต้น) ก็ได้ครับ อย่าไปฝืนฟังอะไรที่ยากเกินไป เพราะเดี๋ยวพอฟังแล้วฟังไม่รู้เรื่อง มันจะพาลทำให้เราท้อเสียเปล่าๆ
ส่วนสาเหตุในเรื่องสำเนียง ผมแนะนำว่าคุณคงต้องเลือกเอาไปเลยครับว่าคุณอยากจะฝึกกับสำเนียงไหน (ของผมคือ UK) และฟังแต่สำเนียงนั้น ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าถ้าคุณฟังอยู่สำเนียงเดียวแล้วจะฟังสำเนียงอื่นไม่รู้เรื่อง เพราะถ้าหากคุณ "แน่น" สำเนียงนึงแล้วล่ะก็ คุณก็จะฟังสำเนียงอื่นออกเกือบหมดได้โดยอัตโนมัติทันที (แต่แน่นอนครับ ถ้าหากคุณต้องการฟังสำเนียงอื่นให้ออกแบบเป๊ะๆ 100% จริงๆ คุณก็คงต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับสำเนียงนั้นสักพักหนึ่ง...ขนาดอาจารย์ชาว Liverpool ที่สอนผมที่มหาวิทยาลัยยังบอกกับผมเลยครับว่าเวลาที่เขาไป Birmingham เขาต้องใช้เวลาอยู่เกือบอาทิตย์กว่าจะปรับจูนตัวเองให้ฟังชาว Birmingham รู้เรื่อง 100%)

#2 By bits-of-english on 2014-01-14 14:16

การฟังนี่เป็นปัญหามากนะคะ T^T
เพราะภาษาอังกฤษดันมีหลายสำเนียงนี่สิ
แต่การอ่านภาษาอังกฤษมากทำให้ซึมซับแกรมม่าได้นี่เรื่องจริงค่ะ \^.^/

#1 By so-me. on 2014-01-10 10:49